| บทนำ |
| วัฒนธรรมความปลอดภัยของผู้ป่วยเป็นองค์ประกอบหลักในการยกระดับคุณภาพบริการสุขภาพ โดยเฉพาะในโรงพยาบาลระดับตติยภูมิที่มีความซับซ้อนสูง |
| วัตถุประสงค์ |
| เพื่อวิเคราะห์ระดับวัฒนธรรมความปลอดภัยและระบุปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อวัฒนธรรมความปลอดภัยของผู้ป่วยตามการรับรู้ของบุคลากร โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช |
| วิธีการศึกษา |
| การวิจัยเชิงวิเคราะห์แบบตัดขวาง (Cross-sectional Analytical Research) ในกลุ่มตัวอย่างบุคลากรจำนวน 385 คน เครื่องมือที่ใช้เป็นแบบสอบถามที่ดัดแปลงมาจาก HSOPSC ซึ่งผ่านการตรวจสอบความตรงและมีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ 0.83 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน และการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณ (Multiple Regression Analysis) |
| ผลการศึกษา |
| พบว่าระดับการรับรู้วัฒนธรรมความปลอดภัยในภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง ( x̄ = 3.05) เมื่อพิจารณารายด้านพบว่า ด้านการสื่อสารมีคะแนนเฉลี่ยสูงสุด ( x̄ = 3.51) ขณะที่ด้านภาระงานและอัตรากำลังมีคะแนนต่ำที่สุด ( x̄ = 2.09) ผลการวิเคราะห์ปัจจัยที่มีอิทธิพลพบว่า ด้านการทำงานเป็นทีม (β = 0.512) ด้านภาวะผู้นำ (β = 0.428) และด้านระบบการรายงานอุบัติการณ์ (β = 0.284) สามารถร่วมกันพยากรณ์ระดับความปลอดภัยของผู้ป่วยได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < 0.05) โดยสามารถร่วมกันอธิบายความแปรปรวนได้ร้อยละ 84.2 |
| สรุป |
| การส่งเสริมวัฒนธรรมความปลอดภัยควรมุ่งเน้นการต่อยอดจุดแข็งด้านการสื่อสารและการทำงานเป็นทีม อย่างไรก็ตาม ภาระงานและอัตรากำลังที่หนักเกินเกณฑ์มาตรฐานยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญ ผู้บริหารจึงควรนำข้อมูลอุบัติการณ์ความเสี่ยงมาวิเคราะห์ปัจจัยเชิงระบบเพื่อวางแผนบริหารจัดการทรัพยากรและสร้างบรรยากาศการทำงานที่เอื้อต่อความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง |
| คำสำคัญ |
| ปัจจัยที่มีอิทธิพล วัฒนธรรมความปลอดภัย การรับรู้ของบุคลากร |