| บทนำ |
| ภาวะสิ่งแปลกปลอมในทางเดินอาหาร เป็นอุบัติการณ์ทางคลินิกที่พบได้บ่อย ก่อให้เกิดความระคายเคืองและภาวะไม่สุขสบายของผู้ป่วย หากไม่ได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างทันท่วงที อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อน เช่น การอักเสบติดเชื้อ หรือการทะลุของหลอดอาหาร ซึ่งอาจร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้โดยการวินิจฉัยด้วยภาพเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ค่อนข้างแม่นยำและสามารถบอกถึงภาวะแทรกซ้อนได้ จึงนิยมใช้ในปัจจุบัน และยังมีความปลอดภัยสูงกว่าการส่องกล้องตรวจเป็นอันดับแรก |
| วัตถุประสงค์ |
| เพื่อทราบความแม่นยำของการวินิจฉัยสิ่งแปลกปลอมในทางเดินอาหาร ด้วยเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ เทียบกับการส่องกล้องรวมถึงลักษณะหรือตำแหน่งของสิ่งแปลกปลอมที่มีผลต่อการวินิจฉัย |
| วิธีการศึกษา |
| การศึกษาแบบตัดขวาง โดยศึกษาแบบย้อนหลังในผู้ป่วยโรงพยาบาลสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช ระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2565 – 31 ธันวาคม 2567 |
| ผลการศึกษา |
| มีผู้ป่วยที่สงสัยสิ่งแปลกปลอมในทางเดินอาหารที่ส่องกล้องตรวจร่วมกับทำเอกซเรย์ คอมพิวเตอร์จำนวนทั้งหมด 87 ราย พบว่าภาพเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ มีค่าความไว อยู่ที่ร้อยละ 91 และมีค่าความจำเพาะ อยู่ที่ร้อยละ 87 โดยมีค่าการพยากรณ์บวก ร้อยละ 82 และค่าการพยากรณ์ลบ ร้อยละ 93 ทั้งนี้ ความแม่นยำในการวินิจฉัย คิดเป็นร้อยละ 89 |
| สรุป |
| ในการวินิจฉัยสิ่งแปลกปลอมในทางเดินอาหารด้วยการตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์มีค่า
พยากรณ์ลบ ความไวและความแม่นยำที่สูงซึ่งแสดงว่าหากไม่พบสิ่งแปลกปลอมจากภาพเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ โอกาสที่จะไม่มีสิ่งแปลกปลอมจริงสูงมาก โดยข้อจำกัดจะเพิ่มสูงขึ้นเมื่อสิ่งแปลกปลอมมีลักษณะบางเและเล็ก
เป็นพิเศษ หรือมีการวางตัวที่ไม่อยู่ในระนาบเดียวกับการตัดภาพของเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์
|
| คำสำคัญ |
| ทางเดินอาหาร สิ่งแปลกปลอม ส่องกล้องตรวจ เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ |