| บทนำ |
| โรคเบาหวานชนิดที่ 2 เป็นปัญหาสาธารณสุขสำคัญของประเทศไทย และแนวคิดการดูแลผู้ป่วยให้เข้าสู่ภาวะเบาหวานระยะสงบ (Diabetes Remission) ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นในระบบบริการปฐมภูมิ อย่างไรก็ตาม ความพร้อมของระบบบริการและบุคลากรต่อการจัดตั้งคลินิกเบาหวานระยะสงบยังมีข้อมูลจำกัดในระดับพื้นที่ |
| วัตถุประสงค์ |
| เพื่อประเมินระดับความพร้อม ทัศนคติ และปัจจัยพยากรณ์ที่มีอิทธิพลต่อความเป็นไปได้ในการจัดตั้งคลินิกเบาหวานระยะสงบในระดับปฐมภูมิ อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดนครศรีธรรมราช |
| วิธีการศึกษา |
| การวิจัยเชิงพรรณนาแบบภาคตัดขวาง (cross-sectional descriptive study) ในบุคลากรสาธารณสุขและอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน จำนวน 310 คน เก็บข้อมูลด้วยแบบสอบถามที่ผ่านการตรวจสอบความตรงและความเชื่อมั่น วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา และวิเคราะห์ปัจจัยพยากรณ์ด้วยการถดถอยโลจิสติกแบบทวิภาค (binary logistic regression) |
| ผลการศึกษา |
| กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มีทัศนคติเชิงบวกต่อการจัดตั้งคลินิกในระดับดี (ร้อยละ 62.58) และมีระดับความรู้เกี่ยวกับเบาหวานระยะสงบในระดับปานกลาง ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความเป็นไปได้ในการจัดตั้งคลินิกอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < 0.05) ได้แก่ การสนับสนุนจากผู้บริหารและระบบนโยบาย (Adjusted OR = 3.45, 95% CI: 1.72–6.90) ความพร้อมด้านทรัพยากรของหน่วยบริการ (Adjusted OR = 2.82, 95% CI: 1.29–6.16) ทัศนคติเชิงบวกของบุคลากร (Adjusted OR = 2.15, 95% CI: 1.05–4.39) และสถานที่ปฏิบัติงาน โดยบุคลากรในโรงพยาบาลมีแนวโน้มประเมินความเป็นไปได้ในการจัดตั้งคลินิกสูงกว่าบุคลากรในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (Adjusted OR = 1.78, 95% CI: 1.04–3.05) ขณะที่ระดับความรู้ไม่พบความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติในโมเดลพหุตัวแปร |
| สรุป |
| การจัดตั้งคลินิกเบาหวานระยะสงบในระดับปฐมภูมิมีความเป็นไปได้ในบริบทของอำเภอเฉลิมพระเกียรติ โดยการสนับสนุนเชิงนโยบายจากผู้บริหาร ความพร้อมด้านทรัพยากร และทัศนคติของบุคลากร เป็นปัจจัยสำคัญที่เอื้อต่อการดำเนินงาน |
| คำสำคัญ |
| เบาหวานระยะสงบ ความเป็นไปได้ในการดำเนินงาน ระบบบริการปฐมภูมิ เวชศาสตร์ครอบครัว |