| บทนำ |
| หน่วยเวชศาสตร์นิวเคลียร์โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช ให้การรักษาโรคไทรอยด์เป็นพิษด้วยการกลืนแร่รังสีไอโอดีน(I-131) จากสถิติ พ.ศ.2564-2566 มีจำนวนผู้ป่วย 6,668, 6,767 และ 8,769 ราย ตามลำดับซึ่งเพิ่มขึ้นทุกปี มีผู้ป่วยจำนวนมากไม่สามารถเข้าถึงการรักษาตามช่วงเวลาที่เหมาะสม และพบว่าผู้ป่วยยังขาดความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับโรค ส่งผลให้การจัดการดูแลตนเองไม่ถูกต้องครบถ้วน หากไม่ได้รับการดูแลรักษาที่ถูกต้องและทันท่วงที จะทำให้มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง ผู้วิจัยจึงนำแอพพลิเคชั่นทางมือถือมาใช้เป็นเครื่องมือในการเผยแพร่ความรู้และใช้เป็นเครื่องมือในการติดตามและเฝ้าระวังโรคสำหรับผู้ป่วยและญาติผู้ดูแล |
| วัตถุประสงค์ |
| เพี่อพัฒนาแอพพลิเคชั่นในการประเมินและจัดการดูแลผู้ป่วยโรคไทรอยด์เป็นพิษด้วยการกลืนแร่ไอโอดีน (I-131) |
| วิธีการศึกษา |
| งานวิจัยนี้เป็นวิจัยและพัฒนา Research and Development: R&D) ศึกษาผู้ป่วยไทรอยด์เป็นพิษที่รักษาด้วยแร่ไอโอดีน(I-131) ที่หน่วยเวชศาสตร์นิวเคลียร์ โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช เก็บรวบรวมข้อมูลทั้งวิธีเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพด้วยการใช้แบบทดสอบความรู้และความพึงพอใจก่อนและหลังใช้ Application Line วิเคราะห์และแสดงในรูปแบบจำนวนและร้อยละ พร้อมเปรียบเทียบความรู้ก่อน-หลังด้วย Paired Sample T-Test |
| ผลการศึกษา |
| ผู้เข้าร่วมวิจัยทั้งหมด 120 ราย มีค่าเฉลี่ยอายุอยู่ที่ 47.25 ปี ผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง 78 ราย(ร้อยละ 65) จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษา 47 ราย(ร้อยละ 39.16) คะแนนทดสอบหลังจากให้ความรู้เรื่องดูแลตนเองผ่านทาง Application Line เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับก่อนให้ความรู้ ช่วยให้ผู้ป่วยสามารถจัดการดูแลตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงกว่า(p<0.001) คะแนนความพึงพอใจเฉลี่ย 4.36 จาก 5 คะแนน และยังทำให้ผู้ป่วยทั้ง 120 ราย ได้รับการกลืนแร่ตามวันนัดหมายทุกราย |
| สรุป |
| สิ่งที่สำคัญในการรักษาโรคไทรอยด์เป็นพิษด้วยการกลืนแร่ คือ ความรู้ ความเข้าใจเรื่องโรคของผู้ป่วยและการจัดการดูแลตนเองที่ถูกต้อง การประยุกต์ใช้ “Application Line: รวมพลคนรักไทรอยด์” มาใช้จึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยให้การกลืนแร่ประสบความสำเร็จ |
| คำสำคัญ |
| โรคไทรอยด์เป็นพิษ แอพพลิเคชั่นการดูแลผู้ป่วยกลืนแร่ |